ประวัติ และความเป็นมาของการนวดแผนไทย นวดไทยโบราณ บริการนวดแผนโบราณ นวดแผนไทย

รับบริการนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดนอกสถานที่ นวดโดยคุณชายเอก อาจารย์หมอนวดไทยแผนกายภาพบำบัด นวดบำบัดอาการ นวดแก้อาการ นวดแก้ปวดเมื่อย นวดผ่อนคลาย นวดคลายเครียด นวดปลดปล่อย


เรื่องการนวดไทย นวดแผนโบราณ นวดน้ำมัน นวดเส้นรีดเส้น
ประวัติความเป็นมาของการนวดแผนไทย การนวดแผนโบราณ และการนวดแผนปัจจุบันต่างๆ

ขอต้อนรับสมาชิกนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ เข้าสู่การเรียนรู้ข้อมูลของการนวดแผนโบราณ เรียบเรียงโดย เอกสิริกุล

บริการนวดไทย นวดแผนโบราณ สถานที่บริการ ห้องนวดสุขใจ ศูนย์การค้าอิมพิเรียลลาดพร้าว ชั้น 2 หน้าลิฟแก้ว
ให้บริการนวดโดยอาจารย์หมอนวดหญิง ต้องตา
ติดต่อนัด ไอดีไลน์ 0828998944

และมีบริการนวดน้ำมันนอกสถานที่ เปิดโรงแรมให้บริการ สำหรับคุณผู้หญิงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 2-3 ชั่วโมง
บริการโดยอาจารย์หมอนวดชาย นวดน้ำมัน นวดรีดเส้นผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
และมีคอร์สสอนการนวดน้ำมัน สอนเฉพาะคุณผู้หญิงเพื่อนำไปประกอบอาชีพนวดน้ำมัน หรือปรนนิบัติแฟนของคุณ
ติดต่อนัด ไอดีไลน์ m.massage

 

รวบรวมเรียบเรียงประวัติความเป้นมาและประโยชน์จากการนวดแผนโบราณ โดย ตะวัน สุริยะเทพ

ประวัติความเป็นมาของการ นวดไทย นวดแผนโบราณ
เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล และได้มีการเผยแผ่มาถึงแผ่นดิน สยามไทย
พุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
  หลักสูตรการนวดแผนโบราณ นวดแผนไทย โดยเอกสิริกุล

 

   ข้าพเจ้าจะขอเข้าสาระของการนวดแผนโบราณพอสังเขปตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์เป็น ต้นมา ดังจะเห็นว่าตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 รัตนโกสินทร์ตอนต้นจะเห็นได้ว่าพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงปฏิสังขรณ์วัด โพธารามหรือวัดโพธิ์ขึ้นเป็นอารามหลวงให้ชื่อว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมและจารึกตำรายา ท่าฤาษีดัดตนและตำราการนวดแผนบรษรไว้ตามศาลาราย

   สมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้หมอหลวงรวบรวมลักษณะโรคและสรรพคุณยา นำเข้ามาทูลเกล้าฯถวาย จากนั้นได้ตรวจสอบโดยกรมหมอหลวงและบันทึกไว้ในตำราหลวงสำหรับโรงพระโอสถ ตำราชุดนี้มี 2 เล่ม คือ “ตำราในโรงพระโอสถ” และ “ตำราพระโอสถ”

   สมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์วันพระเชตุพนฯ อีกครั้ง และโปรดเกล้าฯให้จารึกตำรายา บอกสมมติฐานของโรคและวิธีการรักษาไว้บนแผ่นหินอ่อนประดับตามผนังโบสถ์และ ศาลารายและทรงให้ปลูกต้นสมุนไพรที่หายากไว้ในวัดเป็นจำนวนมากและได้ทรง ปฏิสังขรณ์วัดราชโอรสารามและได้จารึกตำรายาไว้ในแผ่นศิลาตามเสาระเบียงพระ วิหาร มีการนำการแพทย์แบบตะวันตกเข้ามาเผยแพร่โดยคณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน โดยการนำของนายแพทย์ แดนบีช รัดเลย์ ซึ่งคนไทยเรียกว่าหมอ บรัดเล่ย์ ซึ่งนำวิธีการแพทย์แบบตะวันตกมาใช้ เช่นการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ, การใช้ยาควินินรักษาโรคไข้จับสั่น

   สมัยรัชการที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้นำการแพทย์แผนตะวันตกมาใช้มากขึ้น เช่น การสูติกรรมสมัยใหม่ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความนิยมของชาวไทยได้เพราะการแพทย์แผนโบราณเป็นวิถี ชีวิตของคนไทย เป็นจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบเนื่องกันมาและโดยทั่วไปคนไทยยังคงนิยม การแพทย์แผนโบราณอยู่

   สมัยรัชการที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเห็นว่าบรรดาคัมภีร์แผนโบราณ และตำรายาพื้นบ้านของไทยมีคุณประโยชน์ยิ่งยวด พระองค์ทรงเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิมอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ทรงห่วงใยว่า วิชาการด้านนี้จะสูญสิ้น ดังมีกระแสพระราชดำรัชว่าด้วยเรื่อง “หมอไทยและยาไทย” ปรากฏในพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลงวันที่ 18 พฤษจิกายน รัตนโกสินทร 23 ศก 109 ข้อความว่า “ขอเตือนว่าหมอฝรั่งนั้นดีจริง แต่ควรให้ยาไทยสูญหายหรือไม่ หมอไทยจะควรไม่ให้มีต่อไปภายหน้าหรือควรจะมีไว้บ้าง ถ้าว่าส่วนตัวฉันเองยังสมัครกินยาไทย และยังวางใจในหมอไทย…”

   พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ตั้งโรงพยาบาลศิริราชขึ้น โดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของคนที่ป่วยไข้ โดยมีทั้งแพทย์แผนโบราณของไทยทำการรักษาและมีแพทย์ฝรั่งร่วมด้วย

   พ.ศ. 2432 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตั้งโรงเรียนราชแพทยาลัยและได้สร้างตำราเล่มแรก ชื่อว่า “แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” โดยได้จัดพิมพ์เป็นตอนๆแบ่งออกเป็นภาคกล่าวรวมทั้งวิชาแพทย์แผนโบราณและวิชา แพทย์ฝรั่ง โดยมีความประสงค์เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่โรงเรียนราชแพทยาลัยและมหาชนทั่วไป

   พ.ศ. 2446 (14 ปีหลังเปิดโรงเรียนแพทย์) การสอนและการปฏิการแพทย์ไทยในหลักสูตรก็ได้ยุติลง ด้วยเหตุผลที่บันทึกไว้ในหนังสือเวชชนิสิตฉลอง 50 ปีศิริราชว่า

   “การสอนการแพทย์แผนโบราณของไทยไม่มีหลักสูตรและไม่มีวิธีการปฏิบัติรักษาแน่ นอนจริงจัง และนักเรียนจะรู้เรื่องการแพทย์แผนโบราณของไทยก็รู้ได้อย่างเดียว คือต้องท่องจำตำราทางฝ่ายการแพทย์นี้จำกัดอยู่เฉพาะตำราของหลวง มีการดัดแปลงครั้งเดียวเพื่อให้ง่ายเข้า ซึ่งผิดกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่มีหลักสูตรแน่นอน และตำรามีมากและยังมีการศึกษาเพิ่มเติมเรื่อยๆ”

   สมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัฐบาลได้ยกเลิกการรักษาแผนโบราณออกจากระบบบริการสาธารณสุขของรัฐ ทำให้การแพทย์แผนโบราณมีบทบาทต่อสังคมไทยน้อยลง

นวดแผนไทยโบราณ นวดแผนโบราณ เทคนิคการนวดแผนไทย โดยเอกสิริกุล

   พ.ศ.2466 ได้ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์เพื่อเป็นการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ เป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับประชาชน อันเนื่องมาจากการประกอบการของผู้ที่ไม่มีความรู้และมิได้ฝึกหัดผลจากการออก พระราชบัญญัตินี้ ส่งผลให้หมอพื้นบ้านจำนวนมากที่ไม่เข้าใจและรัฐบาลอาจจะไม่พร้อมในการประชา สัมพันธ์หรือด้วยประการใดก็มิทราบ เมื่อทราบต่างก็กลัวจะถูกจับ จำเลิกประกอบอาชีพนี้ บ้างก็เผาตำราทิ้ง แต่ก็ยังมีหมอแผนโบราณเพียงจำนวนน้อยหนึ่งเท่านั้นที่สามารถปฏิบัติได้ ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่ประชาชนส่วนมากยังนิยมยาไทยและการรักษาแบบแผนโบราณ อยู่มากพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “พระบิดาแห่งกองทัพเรือ” ได้ทรงศึกษาเวชกรรม เภสัชกรรมแผนโบราณผนวกกับไสยศาสตร์จากพระเกจิอาจารย์ อาทิ หลวงพ่อศุข(พระครูวิมลคุณาแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท) ได้ทรงเป็นผู้นำในทางการแพทย์แผนโบราณ ทรงให้การรักษาโรคและการเจ็บไข้ได้ป่วยแก่สามัญชนทั่วไปโดยมิได้คิดมูลค่า ใดๆ และมิได้ทรงถือพระองค์แต่อย่างใด จนเป็นที่รู้จักเรียกหากันอย่างกว้างขวางในหมู่ราษฏรแถบนางเลิ้งว่า “หมอพร”

   ในสมัยรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานการปกครองแบบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน

   วันที่ 5 กันยายน 2475 คณะแพทย์แผนโบราณที่มีใบอณุญาตให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณได้ในขณะนั้นได้รวม กันจัดตั้งสมาคมแพทย์แผนโบราณแห่งประเทศไทยขึ้น ณ วัดเทพธิดาราม พระนครกรุงเทพ โดยการนำของหมอใหญ่ ศีตะวาทิน และได้มีการเปิดสอนวิชาแพทย์แผนโบราณทั้งเวชกรรม เภสัชกรรม หัตถเวชกรรม หมอนวดแผนโบราณและการผดุงครร์โบราณ มีประชาชนสนใจเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก

   พ.ศ. 2479 ได้มีการยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์แผนโบราณ พ.ศ. 2466 และได้ประกาศพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2479 ขึ้นใหม่ อณุญาตให้มีการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณได้ ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ โดยกำหนดไว้ในมาตรา 4 ว่า “การประกอบโรคศิลปะแพทย์แผนโบราณ” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยความรู้จากตำราหรือการเรียนสืบต่อกันมา อันมิใช่การศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์และได้จัดแบ่งการแพทย์แผนโบราณออกเป็น 3 สาขา คือ สาขาเวชกรรม สาขาเภสัชกรรม สาขาการผดุงครรภ์ ให้มีการเรียนแบบสืบทอดความรู้ดั้งเดิมและสามารถยื่นสมัครสอบรับใบสมัครโรค ศิลปะจากกระทรวงสาธารณสุขได้ปีละ 1 ครั้ง

   สมัยรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์บางส่วนจากสมาคมแพทย์แผนโบราณแห่งประเทศไทยวัดเทพธิดารามได้รวม กันจัดตั้งสมาคมแพทย์แผนโบราณขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) ท่าเตียน กรุงเทพ และได้ขอใบอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณขึ้น โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมวโรดม เจ้าอาวาสและท่านเจ้าคุณพระวิเชียรธรรมคุณาธาร รองเจ้าอาวาสเป็นผู้อุปการะตั้งเป็นโรงเรียนแพทย์แผนโบราณแห่งแรก

เทคนิคการนวดแผนไทย นวดไทยโบราณ โดยเอกสิริกุล

   ต่อมาคณาจารย์และลูกศิษย์ที่จบจากโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน(วัด โพธิ์) ก็ได้มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มสมาคมฯอีกมากมายกระจายไปทั่วประเทศ ดังเช่นสมาคมแพทย์แผนโบราณวัดปรินายก สมาคมแพทย์แผนโบราณวัดสามพระยา เป็นต้น

   ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปเรียนนวดแผนโบราณที่สมาคมแพทย์แผนโบราณวัดปรินายก เมื่อปี พ.ศ.2517 ในขณะนั้น อาจารย์เจือ ขจรมาลี ผู้ที่มีส่วนร่วมก่อตั้งสมาคมแพทย์แผนโบราณแห่งประเทศไทยกับคณะของคุณหมอ ใหญ่ ซึ่งในขณะนั้น อาจารย์เจือได้เป็นนายกสมาคมแพทย์แผนโบราณวัดปรินายกและเป็นอาขารย์สอนนวด ด้วย ข้าพเจ้าจึงได้ถ่ายทอดความรู้วิชานวดแผนโบราณจากท่านเต็มที่ ท่านอยู่ในแนวอนุรักษ์นวดแผนโบราณ ข้าพเข้าขึงได้สืบทอดวิชาอนุรักษ์นวดแผนโบราณมาถ่ายทอดให้แก่คนตาบอดภายใต้ การดำเนินการของมูลนิธิคอลฟีลด์เพื่อคนตาบอดฯ และได้รับใบประกาศนวดแผนโบราณจากสมาคมปี พ.ศ. 2518 และได้ใช้วิชานวดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

การนวดแผนโบราณ เทคนิคการนวดแผนไทย โดย เอกสิริกุล

   ข้าพเจ้าเห็นว่านวดแผนโบราณของไทยนั้นมีความเหมาะสมและปฏิบัติงานได้อย่าง สมบูรณ์แบบในคนตาบอด ดังนั้นในฐานะที่ข้าพเจ้าได้ทำงานและคุ้นเคยกับการหาอาชีพให้กับคนตาบอดใน ขณะนั้นเห็นว่าอาชีพอื่นๆ เป็นเรื่องลำบากเพราะสังคมในขณะนั้นยังไม่ยอมรับความสามารถในอาชีพต่างๆ ของคนตาบอด เพียงแต่ข้าพเจ้าได้ใช้อาชีพนวดแผนโบราณขึ้นและเห็นว่าสังคมยอมรับในอาชีพ นี้เป็นอย่างดี จึงได้ดำริจัดตั้งเป็นมูลนิธิขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 แต่เนื่องจากขาดแคลนด้านปัจจัย งานของมูลนิธิจึงเริ่มเปิดสอนคนตาบอดได้ในปี พ.ศ. 2529 และก็ได้ถ่ายทอดวิชานวดแผนโบราณนี้ตลอดมาและสังคมก็ให้ความไว้วางใจจากหมอ นวดของเรา ทุกๆท่านที่จบหลักสูตรของมูลนิธิด้วยดีตลอดมา แต่อุปสรรคที่มีอยู่ขณะนี้ก็เนื่องจากพระราชบัญญัติปี พ.ศ.2479

   ปี พ.ศ.2523 ศาสตราจารย์นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ แพทย์แผนปัจจุบันได้เห็นความสำคัญของการแพทย์แผนโบราณว่ามีคุณอนันต์ สามารถนำพาชีวิตคนไทยให้รอดพ้นมาจนทุกวันนี้ได้ ท่านจึงได้รวบรวมแพทย์แผนโบราณและแผนปัจจุบันที่เห็นคุณค่าของแพทย์แผนโบราณ ก่อตั้งมูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์แผนโบราณเดิมขึ้น ภายใต้องค์อุปถัมภ์ของสมเด็จพระญาณสังวรพระสังฆราชสกลสังฆปรินายกและภายใต้ พระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

   ปี พ.ศ. 2525 มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์แผนไทยเดิม ก็ได้จัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ ประยุกต์ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศ ภายใต้ชื่อ “โรงเรียนอายุรเวทวิทยาลัย”

   ปี พ.ศ. 2536 ได้มีกลุ่มคณะแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนโบราณ ได้ร่วมกันก่อตั้งการแพทย์แผนไทยขึ้นในกระทรวงสาธาราณสุข (นวดแผนไทย)

   ปี พ.ศ. 2547 มหาวิทลัยมหิดล ศิริราช จะรับหลักสูตรอายุรเวทวิทยาลัยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในคณะมหาวิทลัยมหิดล ส่วนข้าพเจ้าก็จะขอใช้คำว่า อนุรักษ์นวดแผนโบราณให้กับคนตาบอดต่อไป

ประโยชน์ของการนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ โดยเอกสิริกุล  

   ประโยชน์จากการนวดแผนโบราณ เท่าที่ได้ศึกษาย้อนหลังและสืบถามจากอาจารย์เก่าๆในสมัยโบราณนั้น หมอนวดต้องรู้จักใช้ยาสมุนไพรและหมอยาสมุนไพรก็จะต้องรู้จักการนวด ดังจะเห็นได้ว่าในสมัยโบราณยังไม่มีโรงพยาบาลนั้น เวลามีคนไข้หนักชาวบ้านจะไปตามหมอมานอนกินมารักษาที่บ้านคนไข้ หมอก็จะใช้ยาและนวดประกอบเป็นต้น

   สำหรับคนไข้ที่ไม่หนักที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็จะเดินทางมาเจียดยาที่ บ้านหมอเป็นต้น ประโยชน์จากการนวดแผนโบราณอย่างถูกวิธีจะทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลในทุกๆ ด้าน ดังนั้นผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยที่ไม่มีเชื้อโรคอันเกิดจากระบบต่างๆในร่างกาย ผิดปกติไป เช่นปวดเมื่อย ปวดหลัง เข่าเสื่อม ข้อเสื่อม ไมเกรน เทนนิสเอเบิล และระบบอื่นๆที่บกพร่องถ้าได้ทำการบำบัดจากการนวดอย่างถูกวิธีสม่ำเสมอ ประมาณอาทิตย์ละหน อาการต่างๆก็จะบรรเทาเบาบางและหายไป ทำให้สุขภาพดี แข็งแรง ดูไม่แก่

            ดังนั้นถ้าบุคคลที่ได้รับการบำบัดสม่ำเสมอก็จะสุขภาพดี จุดประสงค์หลักจองการนวดก็คือ กระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น คนเราถ้าเลือดลมไหลเวียนดี อะไรๆก็ดีหมด

 

อาจารย์หมอนวดแผนโบราณ หมอนวดหญิงต้องตา
ให้บริการนวดประจำอยู่ที่ห้องนวดสุขใจ ชั้น 2 หน้าลิฟแก้ว ศูนย์การค้าอิมพิเรียลลาดพร้าว

หมอนวดสาวบริการนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดผ่อนคลาย บริการสอนนวด นวดน้ำมัน นวดเส้นกดจุด ติดต่อน้องต้องตาคะ

แนะนำหมอนวดหญิงระดับมืออาชีพ หมอต้องตา
รับบริการนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดแก้อาการ นวดน้ำมัน รีดเส้น นวดผ่อนคลาย
ติดต่อนัดรับบริการได้ที่ ไอดีไลน์ 0828998944

บริการนวดนอกสถานที่ บริการนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดโดยอาจารย์หมอนวดไทย นวดบำบัดอาการ นวดผ่อนคลาย

นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ เทคนิคการนวดไทย โดยเอกสิริกุล


การนวดแผนปัจจุบันต่างๆ

ตะวันสปา มีบริการนวดน้ำมันนอกสถานที่ เปิดโรงแรมนวดให้บริการโดยหมอนวดชาย
บริการเฉพาะคุณผู้หญิงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 2-3 ชั่วโมง
ตะวัน สุริยะเทพ นวดน้ำมัน นวดรีดเส้นผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นวดเฉพาะจุด
ติดต่อนัด ไอดีไลน์ m.massage