เครื่องจักรกลพลังงานอุึณหภูมิ มีการ Input พลังงานความร้อนจากอุณหภูมิโลก เข้ามาใช้เป็นพลังงานเป็นจำนวนมาก
และพลังงานที่ได้ Input เข้ามานั้น ก็ไม่ได้ทำให้ Output มากกว่า Input แต่อย่างใดเลย จึงไม่ใช่เครื่องจักรกลนิรันดร์
และไม่มีส่วนใดเลยในระบบของเครื่องจักรกลพลังงานอุณหภูมิ ที่ผิด กฏเกณฑ์ของทฤษฏี Thermodynamic
พลังงานที่ถูกนำเข้ามาใช้ภายในระบบ มีถึง 3 จุดด้วยกันคือ
1 พลังงานความร้อน จากแสงอาทิตย์
2 พลังงานความร้อน จากอุณหภูมิความร้อนบนพื้นผิวโลก ตามอุณหภูมิท้องถิ่น
3 พลังงานความร้อน จากระบบที่ใช้ในการทำความเย็นภายในเครื่องจักร
ที่เครื่องจักรดูดซับความร้อนออกมาในการทำความเย็น
ตัวแปรพลังงานความร้อนเป็นพลังงานศักย์คือ สารเคมีประเภท Refrigerant
สารเคมีประเภท Refrigerant เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการทำความเย็น โดยสาร Refrigerant จะทำการดูดซับเอาความร้อนแฝง เข้ามา
จึงทำให้สถานะของ สาร Refrigerante เปลี่ยนสถานะจาก ของเหลว กลายเป็นไอก๊าซ และมีแรงดันที่สูงมากได้โดยง่าย
และสามารถทำให้เกิดแรงดันสูงเกินกว่า 600 Psi ปอนด์ต่อตารางนิ้วได้ ที่อุณหภูมิไม่ถึง 70 องศาเซลเซียส
สาร Refrigerant ที่อุณหภูมิต่ำมากๆ ต่ำกว่าจุดเดือดของสารเคมีนั้น จะมีสถานะเป็นของเหลว 100% และ มีแรงดันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สารเคมี Refrigerant บางชนิด อาจมีจุดเดือดที่ต่ำมาก ที่อุณหภูมิลบ 70 องศาลงไป หรือต่ำกว่านั้น
ดังนั้น เมื่อได้รับความร้อนเพียงเล็กน้อย แค่เพียงอุณหภูมิสูงเกินกว่าจุดเดือดของสารเคมี ก็จะทำให้สารเคมีเริ่มเดือด และกลายเป็นไอได้แล้ว
ยิ่งสารเคมีได้ร้บความร้อนสูงมากขึ้น ก็จะเดือดอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เปลี่ยนสถานะเป็นไอก๊าซ 100% และมีแรงดันที่สูงมาก
การทำงานของเครื่องจักรกลพลังงานอุณหภูมิ อาศัยจุดเดือดที่ต่ำมากของ สารเคมี Refrigerant มาใช้เป็นประโยชน์ โดย
เพื่มอุณหภูมิความร้อนให้กับสารเคมี Refrigerant เพียงเล็กน้อย ที่อุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียส
สิ่งที่เกิดขึ้นภายในระบบถังแรงดันปฏิกิริยาของเครื่องจักรกลพลังงานอุณหภูมิ คือ
สารเคมีที่มีสภาวะเป็นของเหลว เมื่อได้รับอุณหภูมิเพียง 50 องศา ก็เดือดอย่างรุนแรง และกลายสภาพเป็นไอก๊าซที่มีแรงดันสูง
แรงดันที่ได้นี้ ถูกเก็บสะสมไว้ภายในถังแรงดันขนาดใหญ่ และปล่อยออกมาใช้งานในการสร้าง พลังงานกล
ความร้อนที่นำเข้ามาในระบบมีจำนวนถึง 3 ทางด้วยกันคือ
1 ความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์
การนำเอาพลังงานจากแสงอาทิตย์เข้ามาใช้งาน โดยการสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ ่มีลักษณะ่เป็นหอคอยสูง
เมื่อแสงแดดส่องเข้ามาภายในก็จะมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิความร้อน และอาจทำให้เพิ่มขึ้นสูงเกินกว่า 100 องศา
ได้โดยมีอุปกรณ์เสริมในการรับพลังงานจากแสงแดด ซึ่งเป็นโลหะที่สามารถรับนำความร้อนและนำความร้อนได้ดี
พลังงานความร้อนที่ได้ จะนำไปถ่ายเทให้กับสารเคมีนำความร้อน หรือน้ำมัน และถูกนำส่งไปตามท่อ ส่งเข้าไปใช้ภายในระบบ Heat Exchange
2 พลังงานอุณหภูมิบนพื้นผิวโลก จากอุณหภูมิตามท้องถิ่น
ในทุกๆ สถานที่บนโลก โดยเฉพาะในเขตเมืองร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิี่อยู่ระหว่าง 27 องศาจนถึง 40 องศาเซลเซียส อุณหภูมิความร้อนเหล่านี้ เกิดจากการสะสมของพลังงานที่มาจากแสงแดด และพลังงานอื่นๆ เช่นความร้อนจากการใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และ ถ่านหิน ฯลฯ
ความร้อนเหล่านี้ปะปนอยู่ในชั้นบรรยกาศบนพื้นผิวโลกเป็นจำนวนมาก
และความร้อนบนพื้นผิวโลก ยังเกิดขึ้นได้จากสภาวะเรือนกระจก อีกทางหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนขึ้นในแต่ละปี
ความร้อนเหล่านี้ ถึงแม้จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำคือ 100 องศา แต่ก็มีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของความร้อนที่ทำให้น้ำเดือดได้
ความร้อนเหล่านี้จะถูกเครื่องจักรกลพลังงานอุณหภูมินำผ่านเข้ามาภายในระบบ โดยใช้พัดลมดูดอากาศระบายผ่าน ระบบ Heat Exchange เพื่อส่งถ่ายความร้อนให้กับสาร เคมี จึงทำให้สารเคมีเดือดอย่างรุนแรง ทีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของสารเคมีเป็นจำนวนมาก
3 ความร้อนจากระบบทำความเย็นภายในเครื่องจักรกล
เครื่องจักรกลพลังงานอุณหภูมิ มีระบบในการทำความเย็นเพื่อให้ สารเคมี Refrigerant สามารถควบแน่น จากสถานะที่กลายเป็นไอก๊าซ ให้กลับมาเป็นของเหลวได้อีกจนครบวัฐจักรในการทำงาน โดยไม่ต้องใช้ขบวนการในระบบอัดไอจากการใช้คอมเพลสเซอร์ โดยทั่วไป
ซึ่งใช้พลังงานที่สูงมาก
ในระบบทำความเย็นภายในเครื่องจักร จะสามารถทำความเย็นได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า ลบ 50 องศา โดยใช้สารเคมี Refrigerant อีกเบอร์หนึ่ง สารเคมี
จะทำการดูดซับเอาความร้อนแฝงของสารเคมี Refeigerant ภายในระบบ Heat Exchange ที่เปลี่ยนสถานะกลายเป็นไอก๊าซออกไป เมื่อสาร เคมี Refrigerant ถูกดึงความร้อนออก จึงทำให้เกิดการควบแน่นกลายเป็นของเหลวอีกครั้ง โดยที่ไม่ต้องใช้ คอมเพลสเซอร์ในระบบอัดไอ
ส่วนพลังงานที่ใช้ในระบบทำความเย็นนี้ ใช้เพียงปั้มแรงดันต่ำ ซึ่งมีด้านอัดแรงดันขาออกที่ต่ำมาก เพียงไม่เกิน 30 Psi เท่านั้น
ส่วนความร้อนแฝงที่ถูกดึงออกมาจากการทำความเย็นในระบบนี้เอง ก็คือพลังงานความร้อนอีกจุดหนึ่ง ที่เครื่องจักรจะนำกลับเข้ามาเป็นพลังงานความร้อนในการ Input ให้กับระบบ ได้นำไปเสริมสร้างเป็นพลังงาน Output ได้อีกทาง
ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องจักรกล กังหันไอน้ำ Stream Turbine โดยทั่วๆไป ซึ่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หรือ ก๊าซธรรมชาติ ทำให้เกิดความร้อนไปต้มน้ำให้เดือดและกลายเป็นไอก๊าซที่มีแรงดันสูง ( น้ำเดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส )
ส่วนเครื่องจักรกลพลังงานอุณหภูมิ ทำให้สารเคมี ซึ่งเป็นของเหลวเหมือนกับน้ำ แต่สามารถทำให้ เดือดได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าลบ 25 องศาเซลเซียสลงไปจะเห็น
ควา่มแตกต่างของอุณหภูมิ ที่ทำให้ของเหลวเดือดกลายเป็นไอ ว่ามีอุณหภูมิที่แตกต่างกว่ากันมาก
พลังงานจากแรงดันก๊าซที่ได้ จะถูกนำไปขับเคลื่อนระบบ มอเตอร์แรงดัน ซึ่งจะทำให้เกิดพลังงานในการหมุนเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้าได้
จากการวิจัยและทดสอบระบบการทำงานของมอเตอร์ลมแบบ Root type จึงได้ข้อสรุปว่า
มอเตอร์ลมชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงกว่าระบบอื่นๆมาก
เนื่องจากมอเตอร์ลมทำงานในระบบปิด ( Pneumatic System ) จึงไม่มีการรั่วไหลออกทางด้านข้างของตัวใบพัดได้เลย
จึงทำให้มอเตอร์ลมแบบ Root type มีประสิทธิภาพสูงกว่า ระบบ Stream Turbine โดยทั่วๆไป |
| |
 |
|
 |
|
|